การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง นางณัฐพร โบสะอิ

ชื่อผลงาน การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนอนุบาลตรัง
ผู้ศึกษา นางณัฐพร  โบสะอิ
สังกัด โรงเรียนอนุบาลตรัง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1
ปีที่วิจัย 2560

บทคัดย่อ

                การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนอนุบาลตรัง  ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง  และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนอนุบาลตรัง  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3/6  โรงเรียนอนุบาลตรัง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง  เขต 1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2560  จำนวน  33  คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษามี 4 ชนิด ได้แก่ 1)  แบบฝึก ทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง  2) คู่มือการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ  (ภาษาอังกฤษ)  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง  3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนอนุบาลตรัง  และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนอนุบาลตรัง โดยใช้เวลาในภาคเรียนที่  2 ปีการศึกษา 2560  จำนวน 33 คน  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย  ค่าเฉลี่ย () ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือได้แก่ การหาค่าความตรงของเครื่องมือ โดยการคำนวณค่าดัชนีความสอดคล้อง (item-objective congruence index: IOC) ค่าความยากง่าย (P) ค่าอำนาจจำแนก  (r)  ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ โดยใช้สูตร KR-20 ของคูเดอร์    ริชาร์ดสันคูเดอร์  ริชาร์ดสัน (KuderRechardson : KR-20) และหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความพึงพอใจโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค (Cronbach’s coefficient alpha) สถิติที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ  (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง  ใช้การหาค่า  E1 และ  E2  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง  ด้วยสถิติทดสอบ  t-test แบบ dependent และหาค่าความพึงพอใจด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                  ผลการวิจัยพบว่า

  1. 1. แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.01/83.84 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
  2. 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง                มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน   อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่   ระดับ .01
  3. 3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)   ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลตรัง โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  4.39  อยู่ในระดับพึงพอใจมาก